การจ่ายภาษี


This section discusses taxes and mandatory contributions that businesses are subjected to pay.

Application Taxes and Contributions for Business:

event__image_1

event__image_2


Select your options

ภาษีเงินได้นิติบุคคล


event__image_1

กรณีมีเงินภาษีขอคืน จะต้องกรอกส่วนคำร้อง ฯ ในแบบ ภ.ง.ด.50 ซึ่งกรรมการหรือผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้จัดการจะต้องลงลายมือชื่อและประทับตรานิติบุคคล (ถ้ามี)


Source :
กรมสรรพากร : ภาษีเงินได้นิติบุคคล link
กรมสรรพากร: ประมวลรัษฎากร มาตรา 39 และมาตราอื่น ๆ link
กรมสรรพากร: บริการอิเล็กทรอนิกส์ link
กรมสรรพากร: เงื่อนไขการคำนวณกำไรขาดทุนสุทธิ link
กรมสรรพากร: เงื่อนไขการคำนวณกำไรสุทธิตามมาตรา 65 ตรี(รายจ่ายต้องห้าม) link

Download :
เอกสารแนบ 7-1 download
เอกสารแนบ 7-2 download

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

event__image_1

กรณีมีเงินภาษีขอคืน จะต้องกรอกส่วนคำร้อง ฯ ในแบบ ภ.พ.30 หากไม่กรอกคำร้อง กรมสรรพากรจะนำภาษีที่ชำระเกินเดือนนี้ไปถือเป็นเครดิตภาษีในเดือนถัดไป


Source :
กรมสรรพากร : ภาษีมูลค่าเพิ่ม link
กรมสรรพากร: ประมวลรัษฎากร มาตรา 39 และมาตราอื่น ๆ link
กรมสรรพากร: บริการอิเล็กทรอนิกส์ link

Download :
เอกสารแนบ 7-2 download

ภาษีธุรกิจเฉพาะ

event__image_1


Source :
กรมสรรพากร: ประมวลรัษฎากร มาตรา 39 และมาตราอื่น ๆ link
กรมสรรพากร: บริการอิเล็กทรอนิกส์ link

Download :
เอกสารแนบ 7-2 download

ภาษีโรงเรือนและที่ดิน

เฉพาะทรัพย์สินที่อยู่ในกรุงเทพมหานครสำหรับทรัพย์สินที่อยู่ในต่างจังหวัด
กรุณาติดต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

event__image_1


Source :
กระทรวงการคลัง: ภาษีโรงเรือนและที่ดิน link
กรุงเทพมหานครฯ: สำนักการคลัง กรุงเทพมหานคร link
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา: พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน 2475 link

ภาษีสรรพสามิต

ภาษีสรรพสามิต ประกอบด้วย ภาษีน้ำมัน (อัตราขึ้นอยู่กับชนิดน้ำมัน) ภาษีเพื่อมหาดไทย (ร้อยละ 10 ของภาษีสรรพสามิต) ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ร้อยละ 7 ของราคาขายส่งและค่าการตลาด) กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานที่รัฐบาลเรียกเก็บผู้ผลิตและผู้นำเข้าน้ำมัน (โดยโครงสร้างราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับแนวนโยบายการบริหารภาษี หรือนโยบายพลังงานของภาครัฐ)

event__image_1


Source :
กรมสรรพสามิต link

ภาษีรถ

* กรณีรถบรรทุกขนาดกลาง ที่ใช้ในการขนส่งสินค้าให้กับลูกค้ามีน้ำหนัก 15,300 กิโลกรัมเมื่อบรรทุกสินค้า

event__image_1

พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติมได้กำหนดให้เจ้าของรถยนต์จะต้องเสียภาษีประจำปี ปัจจุบันได้มีการกำหนดอัตราภาษีรถยนต์แต่ละประเภท ดังนี้
event__image_2

ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกได้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนด้วยการเปิดช่องทางการชำระเงินที่หลากหลายมากขึ้น ผู้ประกอบการสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่องทางการชำระภาษีรถยนต์ ของกรมการขนส่งทางบกได้จากหัวข้อด้านล่าง เนื่องจากแต่ละช่องทาง อาจไม่รับชำระภาษีรถยนต์ในบางประเภท

ช่องทางการเสียภาษีประจำปี สำหรับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์:
  • การชำระภาษีรถยนต์ผ่านอินเทอร์เน็ต
  • สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ
  • ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)
  • ห้างสรรพสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ
  • เคาน์เตอร์เซอร์วิส

สอบถามเพิ่มเติม กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม โทร.1584 


Source :
กรมการขนส่งทางบก link
กระทรวงคมนาคม link
กรมขนส่งทางบก: e-Service link
สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ link

Download :
เอกสารแนบ 7-3 download

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เป็นวิธีหนึ่งของผู้มีเงินได้โดยกฎหมายกำหนดให้ผู้จ่ายเงินได้ในบางกรณีทำหน้าที่คำนวณหักเงิน ซึ่งตนมีหน้าที่จ่ายให้แก่ผู้รับเงินตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนดแล้วนำเงินนั้นส่งแก่รัฐบาลเงินที่ได้หักและนำส่งดังกล่าวถือเป็นเครดิตในการเสียภาษีเงินได้ของผู้รับเงินเมื่อถึงกำหนดเวลายื่นรายการเสียภาษี ถ้ากรณีใดไม่มีกฎหมายกำหนดให้หักภาษีผู้จ่ายเงินได้ก็ไม่ต้องหักภาษีแต่อย่างใด

ผู้ประกอบการสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายได้ตามหัวข้อด้านล่าง
  1. ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
  2. กฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย รวมทั้งอัตราการหักภาษีในกรณีต่าง ๆ 
  3. โปรแกรมคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย
การยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านอินเตอร์เน็ต (e-Filing) ของกรมสรรพากร
ปัจจุบันกรมสรรพากรได้ให้บริการการยื่นแบบภาษีผ่านอินเตอร์เน็ต เพื่อเป็นการอานวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียภาษี โดยสามารถยื่นแบบแสดงรายการภาษีได้ทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ โดยจะได้รับขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษี การชาระภาษี และการนำส่งภาษีออกไปอีก 8 วัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อลดการใช้กระดาษสนับสนุนโครงการร่วมชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของกรมสรรพากร (RD Carbon Credit) โดยมีขั้นตอนการสมัครใช้บริการเพียงไม่กี่ขั้นตอน โดยนิติบุคคลที่สนใจใช้ บริการจะต้องดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้

1. สมัครสมาชิกยื่นแบบผ่านอินเตอร์เน็ต โดยกรอกแบบฟอร์มตามแบบ ภ.อ.01 ให้ครบถ้วนแล้วกดปุ่ม "ตกลง"
2. เลือก "ช่องทางการขำระภาษี" ที่ประสงค์จะเลือกใช้
3. สั่งพิมพ์แบบ ภ.อ.01 ที่ระบุหมายอ้างอิงการลงทะเบียนและข้อตกลงการยื่นแบบฯ เพื่อให้กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตรานิติบุคคล (ถ้ามี) ทุกหน้า
4. เตรียมเอกสารที่ใช้ประกอบในการยื่นแบบคำขอยื่นแบบและชำระภาษีผ่านอินเตอร์เน็ท ภ.อ.01 ดังนี้

        4.2 กรณีเป็นนิติบุคคล ต้องแนบสำเนา หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทฉบับปัจจุบันที่มีระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน นับแต่วันที่นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทได้ลงลายมือชื่อและภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือใบสำคัญคนต่างด้าวของผู้มีอำนาจผูกพันกับนิติบุคคลนั้น โดยผู้มีอำนาจดังกล่าวได้ลงลายมือชื่อรับรองในภาพถ่ายด้วย
        4.3 กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำการแทน ต้องจัดทำหนังสือมอบอำนาจพร้อมแนบภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ และผู้รับมอบอำนาจที่ได้ลงลายมือชื่อรับรองในภาพถ่าย 

5. ภายใน 15 วัน หลังจากที่ลงทะเบียนตามแบบ ภ.อ.01 ในเว็บไซต์แล้ว ให้นำเอกสารประกอบการสมัครขอใช้บริการตามข้อ 4 ยื่นที่
        สำนักบริหารการเสียภาษีทางอิเล็กทรอกนิกส์ กรมสรรพากร ชั้น 27 โดยจะได้รับ บัญชีผู้ใช้และรหัสผ่าน ในวันที่นำเอกสารมายื่น
        สำนักงานสรรพากรพื้นที่ (จังหวัด) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร โดยจะได้รับ บัญชีผู้ใช้และรหัสผ่าน ทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ที่ลงทะเบียน
6. การอนุมัติให้ใช้บริการ "ยื่นแบบ และชำระภาษีผ่านอินเทอร์เน็ต" กรมสรรพากรจะแจ้งผลการอนุมัติให้ยื่นแบบและชำระภาษีผ่านอินเทอร์เน็ตทาง e-mail address ที่ได้แจ้งไว้ในการลงทะเบียนหรือตรวจสอบได้ที่นี่ระบบ e-Filing เพื่อยื่นแบบแสดงรายการทางอิเล็กทรอนิกส์

สอบถามเพิ่มเติมที่ กรมสรรพากร โทร.1161


Source :
กรมสรรพากร: ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย link
กรมสรรพากร: กฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย รวมทั้งอัตราการหักภาษีในกรณีต่าง ๆ link
กรมสรรพากร: โปรแกรมคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย link
กรมสรรพากร: ช่องทางการชำระภาษี link
กรมสรรพากร: ระบบ e-Filing เพื่อยื่นแบบแสดงรายการทางอิเล็กทรอนิกส์ link

ภาษีป้าย

event__image_1
ภาษีป้าย คือ ภาษีที่จัดเก็บจากป้ายโฆษณาสินค้าต่างๆ
ป้ายที่ต้องเสียภาษี ได้แก่ ป้ายที่แสดงชื่อ ยี่ห้อหรือเครื่องหมาย ที่ใช้ในการประกอบการค้าหรือ ประกอบกิจการอื่น เพื่อหารายได้หรือโฆษณาการค้าหรือกิจการอื่นเพื่อหารายได้ ไม่ว่าจะได้แสดงหรือโฆษณาไว้ที่วัตถุใดๆ ด้วยอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่เขียน แกะสลัก จารึก หรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่น

ป้ายที่ไม่ต้องเสียภาษี
  1. ป้ายที่แสดงไว้ ณ โรงมหรสพและบริเวณของโรงมหรสพนั้นเพื่อโฆษณามหรสพ
  2. ป้ายที่แสดงไว้ที่สินค้าหรือสิ่งที่ห่อหุ้มหรือบรรจุสินค้า
  3. ป้ายที่แสดงไว้บริเวณงานที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราว
  4. ป้ายที่แสดงไว้ที่คนหรือสัตว์
  5. ป้ายที่แสดงไว้ภายในอาคารที่ใช้ประกอบการค้าหรือประกอบกิจการอื่นหรือภายในอาคารซึ่งเป็นที่รโหฐาน ทั้งนี้เพื่อหารายได้และแต่ละป้ายมีพื้นที่ไม่เกิน 3 ตารางเมตรที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ไม่รวมถึงป้ายตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์
  6. ป้ายของราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาคหรือราชการส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
  7. ป้ายขององค์การที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาลหรือตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นๆ และหน่วยงานที่นำรายได้ส่งรัฐ
  8. ป้ายของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการสหกรณ์และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  9. ป้ายของโรงเรียนเอกชน ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ที่แสดงไว้ ณ อาคาร หรือบริเวณของโรงเรียนเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชนนั้น
  10. ป้ายของผู้ประกอบการเกษตรซึ่งค้าผลผลิตอันเกิดจากการเกษตรของตน
  11. ป้ายของวัดหรือผู้ดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์แก่การศาสนาหรือการกุศลสาธารณะโดยเฉพาะ
  12. ป้ายของสมาคมหรือมูลนิธิ
  13. ป้ายตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
          ปัจจุบันมีกฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ.2535) ให้เจ้าของป้ายไม่ต้อง
          เสียภาษีป้ายสำหรับ
          13.1 ป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่รถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ รถบดถนน หรือรถแทรกเตอร์ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
          13.2 ป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่ล้อเลื่อนตามกฎหมายว่าด้วยล้อเลื่อน
          13.3 ป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่ยานพาหนะนอกเหนือจาก (13.1) และ (13.2) โดยมีพื้นที่ไม่เกินห้าร้อยตารางเซนติเมตร

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย คือ เจ้าของป้าย แต่ในกรณีที่ปรากฏแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ว่าไม่มีผู้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภ.ป.1) สำหรับป้ายใด เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่อาจหาตัวเจ้าของป้ายนั้นได้ ให้ถือว่าผู้ครอบครองป้ายนั้นเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย ถ้าไม่อาจหาตัวผู้ครอบครองป้ายนั้นได้ให้ถือว่าเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร หรือที่ดินที่ป้ายนั้นติดตั้งหรือแสดงอยู่เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายตามลำดับและให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการประเมินภาษีเป็นหนังสือไปยังบุคคลดังกล่าว
ในกรณีที่เจ้าของป้ายอยู่นอกประเทศไทยให้ตัวแทนหรือผู้แทนในประเทศมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายแทนเจ้าของป้ายถ้าเจ้าของตายหรือไม่อยู่ เป็นคนสาบสูญ เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถให้ผู้จัดการมรดก ผู้ครอบครองทรัพย์มรดกไม่ว่าจะเป็นทายาทหรือผู้อื่น ผู้จัดการทรัพย์สิน ผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์แล้วแต่กรณีมีหน้าที่ปฏิบัติการแทนเจ้าของป้าย

กำหนดระยะเวลาให้ยื่นแบบแสดงรายการ ให้เจ้าของป้ายซึ่งจะต้องเสียภาษีป้าย ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภ.ป.1) ณ ฝ่ายรายได้สำนักงานเขตซึ่งป้ายนั้นติดอยู่ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ป้ายที่ติดตั้งใหม่หรือมีการเปลี่ยนแปลง หลังจากเดือนมีนาคมให้ยื่นแบบภายใน 15 วัน นับแต่วันติดตั้งหรือแสดงป้าย หรือนับตั้งแต่วันเปลี่ยนแปลงแก้ไขแล้วแต่กรณีให้เจ้าของป้ายมีหน้าที่เสียภาษีโดยเสียเป็นรายปี ยกเว้นป้ายที่เริ่มติดตั้งหรือแสดงในปีแรกให้เสียภาษีป้ายตั้งแต่วันเริ่มติดตั้ง หรือแสดงจนถึงวันสิ้นปีและคิดภาษีป้ายเป็นรายงวด งวดละ 3 เดือน ของปีโดยเริ่มเสียภาษีป้ายตั้งแต่งวดที่ติดตั้งป้ายจนถึงงวดสุดท้ายของปี
  • กรณีป้ายโฆษณาที่ติดตั้งใหม่ ให้ยื่นแบบ (ภ.ป.1) ภายใน 15 วัน
  • กรณีป้ายที่ชำระค่าภาษีป้ายต่อเนื่องทุกปี ให้ยื่นแบบ (ภ.ป. 1) ได้ตั้งแต่ เดือนมกราคม ถึง เดือนมีนาคม ของทุกปี
  • กรณีป้ายที่ชำระค่าภาษีป้ายประจำปีแล้วต้องการเปลี่ยนแปลงป้าย ให้มาแจ้ง ภายใน 15 วัน
  • หากท่านปลดป้ายลงเนื่องจากเลิกกิจการกรุณาแจ้งให้ทราบภายในเดือนธันวาคม ของทุกปี

ฐานภาษีและอัตราภาษี
ฐานภาษีให้คิดจากขนาดกว้างคูณยาวของป้ายและอัตราภาษีให้คิดจากประเภทของป้ายเช่น เป็นอักษรไทย หรือต่างประเทศ หรือรูปภาพ
กรณีป้ายมีขอบเขตกำหนดไว้ การคำนวณพื้นที่ป้ายให้เอาส่วนกว้างที่สุดคูณด้วยส่วนยาวที่สุดเป็นขอบเขตของป้าย
กรณีที่ป้ายไม่มีขอบเขตกำหนดไว้ ให้ถือเอาตัวอักษร ภาพหรือเครื่องหมาย ที่อยู่ริมสุดเป็นขอบเขต เพื่อกำหนดส่วนที่กว้างที่สุดและยาวที่สุด แล้วคำนวณตามตาราง

event__image_2


เอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ประกอบการยื่นแบบฯ
กรณีป้ายใหม่ให้เจ้าของป้ายยื่นแบบเสียภาษี พร้อมสำเนาหลักฐานและลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง ได้แก่
  1. ใบอนุญาตติดตั้งป้าย, ใบเสร็จรับเงินค่าทำป้าย
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน
  3. บัตรประจำตัวประชาชน / บัตรข้าราชการ / บัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ / บัตรประจำตัว ผู้เสียภาษี
  4. กรณีป้ายเป็นนิติบุคคลให้แนบหนังสือรับรองสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท, ทะเบียนพาณิชย์และหลักฐานของสรรพากร เช่น ภ.พ. 01, ภ.พ. 09, ภ.พ. 20
  5. หนังสือมอบอำนาจ (กรณีไม่สามรถยื่นแบบได้ด้วยตนเอง พร้อมติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย)
  6. หลักฐานอื่น ๆ ตามที่เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ เช่น รูปถ่ายป้าย,วัดขนาดความกว้าง x ยาว
กรณีป้ายเก่า (ระยะเวลา ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน )
  1. แบบเสียภาษีป้าย (ภ.ป.1)ของปีที่ที่แล้ว 
  2. ใบเสร็จรับเงินการเสียภาษีครั้งสุดท้าย 
  3. กรณีเจ้าของป้ายเป็นนิติบุคคลให้แนบหนังสือรับรองสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทพร้อมกับการยื่นแบบ (ภ.ป.1)
การไม่ชำระค่าภาษีภายในกำหนดเวลา 
  1. ไม่ยื่นแบบภายในเดือนมีนาคมหรือหลังติดตั้งป้าย 15 วัน เสียเงินเพิ่ม 10 % ของค่าภาษี 
  2. ยื่นแบบไม่ถูกต้องค่าภาษีน้อยลงเสียเพิ่ม 10% ของค่าภาษีประเมินเพิ่มเติม 
  3. ไม่ชำระเงินภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งประเมิน เสียเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนของค่าภาษี 
การอุทธรณ์ภาษีป้าย 
เมื่อผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายได้รับแจ้งการประเมินแล้ว หากเห็นว่าการประเมินนั้นไม่ถูกต้องมีสิทธิอุทธรณ์การประเมินต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยยื่นอุทธรณ์ผ่านพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่ฝ่ายรายได้สำนักงานเขตท้องที่ซึ่งยื่นแบบแสดงรายการภาษีไว้ โดยต้องยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน 
ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่ยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วันหรือไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียกไม่ยอมให้ถ้อยคำ หรือไม่ยอมส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยไม่มีเหตุอันสมควร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมายมีอำนาจยกอุทธรณ์นั้นเสียได้ เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้วินิจฉัยอุทธรณ์เสร็จและแจ้งคำวินิจฉัยพร้อมด้วยเหตุผลเป็นหนังสือไปยังผู้อุทธรณ์ หากผู้อุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้อุทธรณ์มีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยฟ้องเป็นคดีต่อศาลภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ เว้นแต่ในกรณีที่เป็นการยกอุทธรณ์ดังได้กล่าวข้างต้น อย่างไรก็ตามการอุทธรณ์นั้นไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีป้าย เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่าให้รอคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษาของศาลเสียก่อนให้ยื่นแบบตามแบบ ภ.ป.4

ในกรณีที่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลให้มีการลดจำนวนเงินที่ได้ประเมินไว้ ให้แจ้งผู้มีหน้าที่เสียภาษีทราบโดยเร็ว เพื่อมาขอรับเงินคืนภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ผู้ใดเสียภาษีป้ายโดยไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษี หรือเสียเกินกว่าที่ควรต้องเสียมีสิทธิได้รับเงินคืน โดยยื่นคำร้องขอคืนภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้เสียภาษีป้าย

เงินเพิ่ม
ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย เสียเงินเพิ่มนอกจากเงินที่ต้องเสียภาษีป้ายในกรณีและอัตรา ดังนี้
  1. ไม่ยื่นแบบภายในเวลาที่กำหนด เสียเงินเพิ่ม ร้อยละสิบ ของจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษี แต่ถ้ายื่นแบบก่อนได้รับใบแจ้งเตือนเสียเงินเพิ่ม ร้อยละ 5 ของจำนวนเงินที่ต้องเสีย
  2. ยื่นแบบไม่ถูกต้องทำให้เสียภาษีน้อยลงเสียเงินเพิ่ม ร้อยละสิบ ของภาษีป้ายที่ประเมินเพิ่มเติม
  3. ไม่ยื่นชำระภาษีป้าย ภายในเวลาที่กำหนดเสียเงินเพิ่ม ร้อยละสอง ต่อเดือนของจำนวนเงิน ที่ต้องเสียภาษีป้าย

บทกำหนดโทษ
  1. จงใจแจ้งข้อความอันเป็นเท็จหรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดงเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับตั้งแต่ห้าพันถึงห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  2. ป้ายที่ติดตั้งบนอสังหาริมทรัพย์ของบุคคลอื่น และมีพื้นที่เกินสองตารางเมตร ต้องมีชื่อและที่อยู่เจ้าของป้ายเป็นตัวอักษรไทยชัดเจนที่มุมขวาด้านล่างของป้าย หากไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษปรับวันละหนึ่งร้อยลาททุกวัน ตลอดระยะเวลาที่กระทำความผิด
  3. ไม่แจ้งการรับโอนป้ายภายในสามสิบวัน นับแต่วันรับโอนหรือไม่แสดงหลักฐานการเสียภาษีป้ายไว้ ณ ที่เปิดเผยต้องระวางโทษ ปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท
  4. ขัดขวางการปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเป็นหนังสือเรียกมาให้ถอยคำหรือให้ส่งบัญชีหรือเอกสารเกี่ยวกับภาษีป้ายมาตรวจสอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับตั้งแต่หนึ่งพันถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  5. จงใจไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย ต้องระวางโทษ ปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงห้าหมื่นบาท

สอบถามเพิ่มเติม
สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร โทร.1555 สำหรับพื้นที่นอกกรุงเทพมหานคร ติดต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่นั้นๆ หรือค้นหาที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 


ภาษีบำรุงท้องที่

event__image_1
ภาษีบำรุงท้องที่ คือ ภาษีที่จัดเก็บที่ดินที่ใช้ประโยชน์เพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัย ทำการเกษตร และที่ดินว่างเปล่า
ที่ดินที่ไม่ต้องเสียภาษี
  1. ที่ดินที่เป็นที่ตั้งพระราชวังอันเป็นส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
  2. ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือที่ดินของรัฐที่ใช้ในกิจการของรัฐหรือสาธารณะ โดยมิได้หาผลประโยชน์
  3. ที่ดินของราชการส่วนท้องถิ่นที่ใช้ในกิจการของราชการส่วนท้องถิ่นหรือสาธารณะโดยมิได้หาประโยชน์
  4. ที่ดินที่ใช้เฉพาะการพยาบาลสาธารณะ การศึกษา หรือการกุศลสาธารณะ
  5. ที่ดินที่ใช้เฉพาะศาสนกิจศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของวัด ไม่ว่าจะใช้ประกอบศาสนกิจศาสนาใดศาสนาหนึ่งหรือไม่ หรือที่ศาลเจ้าโดยมิได้หาผลประโยชน์
  6. ที่ดินที่ใช้เป็นสุสานและฌาปนสถานสาธารณะ โดยมิได้รับประโยชน์ตอบแทน
  7. ที่ดินที่ใช้ในการรถไฟ การประปา การไฟฟ้า หรือการท่าเรือของรัฐ หรือที่ใช้เป็นสนามบินของรัฐ
  8. ที่ดินที่ใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินอยู่แล้ว
  9. ที่ดินของเอกชนเฉพาะส่วนที่เจ้าของที่ดินยินยอมให้ทางราชการจัดใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์โดยเจ้าของที่ดินมิได้ใช้หรือหาผลประโยชน์ในที่ดินเฉพาะส่วนนั้น
  10. ที่ดินที่เป็นที่ตั้งที่ทำการขององค์การสหประชาชาติ ทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ หรือองค์การระหว่างประเทศอื่นในเมื่อประเทศไทยมีข้อผูกพันให้ยกเว้นตามอนุสัญญาหรือความตกลง
  11. ที่ดินที่เป็นที่ตั้งที่ทำการของสถานทูต หรือสถานกงสุล ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักถ้อยที่ถ้อยปฏิบัติต่อกัน
  12. ที่ดินตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ฐานภาษีและอัตราภาษี
ฐานภาษี คือ ราคาปานกลางที่ดินที่คณะกรรมการซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งได้กำหนดขึ้น ปกติให้เสียภาษีตามบัญชีอัตราภาษีบำรุงท้องที่ท้ายพระราชบัญญัติ โดยจะกำหนดตามที่ตั้งที่ดิน เช่น ที่ดินที่ติดถนน ตรอก ซอย และอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันราคาปานกลางที่ดินที่ใช้ประเมินภาษีบำรุงท้องที่เป็นราคาที่ใช้ประเมินภาษีตั้งแต่ปี 2521-2524 โดยราคาต่ำสุด คือ ราคาปานกลางไร่ละ 1,600 บาท อัตราภาษีไร่ละ 8 บาท และสูงสุดคือราคาปานกลางไร่ละ 9,000,000 บาท อัตราภาษีไร่ละ 22,495 บาท ที่ดินที่ใช้ประกอบกสิกรรมเฉพาะประเภทไม้ล้มลุกให้เสียกึ่งอัตรา แต่ถ้าเจ้าของที่ดินประกอบกสิกรรมประเภทไม้ล้มลุกนั้นด้วยตนเอง ให้เสียอย่างสูงไม่เกินไร่ละ 5 บาท และที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพของที่ดินให้เสียเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่า นอกจากนี้ยังมีค่าลดหย่อน ในกรณีที่เจ้าของที่ดินที่ใช้ปลูกอยู่อาศัยของตนเอง ใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ของตนเองและประกอบกสิกรรมของตนเอง เช่น ทำนา ทำสวน จะมีสิทธิ์ได้รับการลดหย่อนไม่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ในอัตราที่แตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ 

เอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ประกอบการยื่นแบบ
ให้เจ้าของที่ดินในวันที่ 1 มกราคมของปีใด มีหน้าที่เสียภาษีบำรุงท้องที่ในปีนั้นและยื่นแบบแสดงรายการที่ดิน (ภ.บ.ท.5) ต่อเจ้าพนักงานประเมิน ณ สำนักงานเขตที่ที่ดินตั้งอยู่
กรณีที่ดินรายใหม่ หรือปีที่มีการตีราคาปานกลาง ให้เจ้าของที่ดินยื่นแบบเสียภาษีภายในเดือนมกราคมของปีที่มีการตีราคาปานกลางที่ดินหรือทุกรอบระยะเวลา 4 ปี หรือภายใน 30 วัน กรณีที่ได้กรรมสิทธิ์ ใหม่หรือเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินใหม่ โดยยื่นแบบ ภ.บ.ท. 5 พร้อมสำเนาหลักฐานประกอบพิจารณาได้แก่
  1. โฉนดที่ดิน
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน
  3. บัตรประจำตัวประชาชน / บัตรข้าราชการ / บัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ / บัตรประจำตัว ผู้เสียภาษี
  4. กรณีเจ้าของที่ดินเป็นนิติบุคคลให้แนบหนังสือรับรองสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท
  5. หนังสือมอบอำนาจ (กรณีไม่สามารถยื่นแบบได้ด้วยตนเอง พร้อมติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย) 
กรณีที่ดินรายเก่า ให้เจ้าของที่ดินชำระเงินค่าภาษีภายในเดือนเมษายนของทุกปี และเพื่อความสะดวก รวดเร็วในการติดต่อ โปรดนำใบเสร็จรับเงินการเสียภาษีครั้งสุดท้ายมาแสดงด้วย
ถ้าที่ดินมีการเปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนแปลงเจ้าของอันเป็นเหตุให้อัตราภาษีบำรุงท้องที่สำหรับที่ดินเปลี่ยนแปลงไปต้องแจ้งต่อพนักงานประเมิน ภายในสามสิบวัน นับตั้งแต่วันที่มีเหตุแห่งการเปลี่ยนแปลง

การอุทธรณ์ภาษีบำรุงท้องที่ เจ้าของที่ดินมีสิทธิอุทธรณ์ได้ 2 กรณี คือ
กรณีไม่เห็นพ้องด้วยกับราคาปานกลางของที่ดิน และกรณีที่ได้รับแจ้งการประเมินภาษีบำรุงท้องที่แล้วเห็นว่าการประเมินนั้นไม่ถูกต้อง การยื่นอุทธรณ์ให้อุทธรณ์ต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยยื่นต่อเจ้าพนักงานภายในกำหนดเวลาดังต่อไปนี้
  1. เจ้าของที่ดินมีสิทธิอุทธรณ์ การตีราคาปานกลางของที่ดิน ได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ประกาศ ราคาปานกลางของที่ดิน
  2. หากเห็นว่า การประเมินไม่ถูกต้อง สามารถอุทธรณ์ต่อ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ณ สำนักงานเขต ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน
  3. ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร พิจารณาอุทธรณ์ แล้วแจ้งเป็นหนังสือไป ยังผู้อุทธรณ์
  4. ถ้าไม่พอใจ ผลการพิจารณา สามารถยื่นฟ้องต่อศาล ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
ในกรณีที่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือมีคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลให้มีการลดจำนวนเงินที่ได้ประเมินไว้ให้แจ้งผู้มีหน้าที่เสียภาษีทราบโดยเร็ว เพื่อมาขอรับเงินคืนโดยยื่นคำร้องขอคืนภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผู้ใดเสียภาษีบำรุงท้องที่โดยที่ไม่มีหน้าที่ต้องเสียหรือเสียเกินกว่าที่ควรต้องเสีย ผู้นั้นมีสิทธิได้รับเงินคืนโดยยื่นคำร้องขอคืนภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้เสียภาษี

เงินเพิ่ม
ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีบำรุงท้องที่ เสียเงินเพิ่มนอกจากเงินที่ต้องเสียภาษีในกรณีและอัตรา ดังนี้
  1. ไม่ยื่นแบบภายในเวลาที่กำหนด เสียเงินเพิ่ม ร้อยละสิบ ของจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษี แต่ถ้ายื่นแบบก่อนได้รับใบแจ้งเตือนเสียเงินเพิ่ม ร้อยละ 5 ของจำนวนเงินที่ต้องเสีย
  2. ยื่นแบบไม่ถูกต้องทำให้เสียภาษีน้อยลงเสียเงินเพิ่ม ร้อยละสิบ ของภาษีป้ายที่ประเมินเพิ่มเติม
  3. แจ้งจำนวนที่ดินไม่ถูกต้อง ทำให้เสียภาษีลดลง เสียเงินเพิ่มอีกหนึ่งเท่าของภาษีที่ประเมินเพิ่มเติม
  4. ไม่ชำระภาษีภายในระยะเวลาที่กำหนด เสียเงินเพิ่มร้อยละ 24 ต่อปี ของจำนวนเงินที่ต้องเสีย
บทกำหนดโทษ
  1. จงใจแจ้งข้อความอันเป็นเท็จหรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดงเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีบำรุงท้องที่ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  2. จงใจไม่มาหรือไม่ยอมชี้เขตหรือไม่ยอมแจ้งจำนวนเนื้อที่ดินต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  3. ขัดขว้างเจ้าพนักงานที่เข้าไปทำการสำรวจที่ดินหรือปฏิบัติหน้าที่เพื่อเร่งรัดภาษีบำรุงท้องที่ค้างชำระต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  4. ฝ่าฝืนต่อคำสั่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  5. หากมีความผิดและไม่ควรได้รับโทษถึงจำคุกให้จ่ายค่าปรับ ภายใน 30 วัน
สอบถามเพิ่มเติม
สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร โทร.1555 หรือ ค้นหาที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของสำนักงานเขต
สำหรับพื้นที่นอกกรุงเทพมหานคร ติดต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่นั้นๆ หรือค้นหาที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 


Source :
สำนักงานเขต: แบบแสดงรายการที่ดิน (ภ.บ.ท.5) link
หน่วยงานสำหรับสำนักงานเขต link
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น: ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น link

Select your options

เงินสมทบกองทุนประกันสังคม

event__image_1
นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างพร้อมกับขึ้นทะเบียนลูกจ้าง เป็นผู้ประกันตน ภายใน 30 วัน และเมื่อมีการรับลูกจ้างใหม่เพิ่มขึ้นต้องแจ้งขึ้นทะเบียนลูกจ้างใหม่ภายใน 30 วัน เช่นกัน นายจ้างจะต้องหักเงินสมทบในส่วนของลูกจ้างทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าจ้างและนำส่งเงินสมทบส่วนของนายจ้างในจำนวนเท่ากับที่ลูกจ้างทั้งหมดถูกหักรวมกัน พร้อมจัดทำเอกสารตามแบบ สปส. 1-10 ส่วนที่ 1 และ สปส. 1-10 ส่วนที่ 2 หรือจัดทำข้อมูลลงแผ่นดิสเก็ต หรือส่งทางอินเตอร์เน็ต โดยนำส่งสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด ด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ เป็นเงินสดหรือเช็ค ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หรือชำระเงินผ่านธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)  ธนาคารธนชาต สาขาในจังหวัดที่สถานประกอบการตั้งอยู่

การนำส่งเงินสมทบมี 2 วิธีคือ
   1. กรอกแบบฟอร์มด้วยตนเอง นำส่งเงินด้วยแบบ สปส. 1-10 (ส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2) โดยกรอกรายละเอียดในแบบ สปส.1-10 (ส่วนที่ 1) ให้ครบถ้วนถูกต้อง และกรอกรายละเอียดในแบบ สปส.1-10 (ส่วนที่ 2)  ประกอบด้วย
  • เลขประจำตัวประชาชน ต้องกรอกให้ครอบถ้วนทุกราย
  • ชื่อ-ชื่อสกุลของผู้ประกันตนพร้อมคำนำหน้าชื่อที่ชัดเจน
  • ค่าจ้างให้กรอกค่าจ้างตามที่จ่ายจริงกรอกรายงานเงินสมทบที่นำส่ง
   โดยคำนวณเงินสมทบค่าจ้างใน (3) หากได้รับค่าจ้างต่ำกว่า 1,650 บาท ให้คำนวณจาก 1,650 บาท  แต่ถ้าได้รับค่าจ้างเกิน 15,000 บาท  โดยคูณกับอัตราเงินสมทบที่ต้องนำส่ง สำหรับเศษของเงินสมทบที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าสิบสตางค์ขึ้นไปให้ปัดเป็หนึ่งบาท ถ้าน้อยกว่าให้ปัดทิ้ง.
   2. นำส่งเงินสมทบด้วยสื่อข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยกรอกรายละเอียดในแบบ สปส. 1-10 (ส่วนที่ 1) ให้ครบถ้วนถูกต้อง และจัดทำข้อมูลตามแบบ สปส. 1-10 (ส่วนที่ 2) ในสื่อข้อมูล (Diskette)  หรือส่งผ่านทาง Internet

   ขอรับโปรแกรมหรือ Format ข้อมูลเงินสมทบได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่ง หรือ Download  ได้ที่ เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม
กรณีสถานประกอบการมีสาขาและประสงค์ยื่นรวมให้จัดทำแบบ สปส. 1-10/1 ซึ่งเป็นใบสรุปรายกรแสดงการส่งเงินสมทบของแต่ละสาขาที่ยื่นพร้อมแบบ สปส. 1-10 ส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 ของแต่ละสาขา

   นำส่งเงินสมทบ  สำหรับค่าจ้างประจำเดือนจะต้องนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป  โดยนำส่งที่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือสำนักงานประกันสังคมทุกแห่ง ที่สถานประกอบการตั้งอยู่หรือชำระเงินสมทบด้วยระบบ e-payment ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารซิตี้แบงค์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารซูมิโตโมมิตซุย คอร์ปอเรชั่น จำกัด และธนาคารมิซูโฮ คอร์ปอเรต จำกัด ที่ บริการอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานประกันสังคม

   กรณีนายจ้างกรอกแบบแสดงการส่งเงินสมทบ (สปส.1-10) ไม่ถูกต้องครบถ้วนพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้นายจ้างกรอกแบบรายงานดัง กล่าวให้ถูกต้องครบถ้วน หากนายจ้างไม่ปฏิบัติตามมีความผิดฐานขัดคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ

   หากนำส่งเงินสมทบไม่ทันหรือส่งไม่ครบนายจ้างจะต้องรับผิดชอบจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน ของจำนวนเงินที่ไม่ได้ส่งหรือจำนวนเงินที่ขาดอยู่ และจะต้องไปชำระที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่หรือสำนักงาน ประกันสังคมจังหวัดเท่านั้น

   ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและข้อควรรู้เกี่ยวกับกองทุนประกันสังคม
สิทธิประโยชน์ของกองทุนประกันสังคม เช่น กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต กรณีชราภาพ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประกันสังคม โทร. 1506


Source :
กระทรวงแรงงาน: จ่ายเงินสมทบประกันสังคม link
สำนักงานประกันสังคม link

เงินสมทบกองทุนเงินทดแทน

event__image_1
กองทุนเงินทดแทนมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกองทุนในการจ่ายเงินทดแทนนายจ้างให้แก่ลูกจ้าง ซึ่งประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือตายเนื่องจากการทำงาน หรือป้องกันรักษาผลประโยชน์ให้แก่นายจ้างหรือเจ็บป่วยเป็นโรค ซึ่งเกิดขึ้นตามลักษณะหรือสภาพของงาน หรือโรคซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง โดยให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างทำงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนลูกจ้าง ซึ่งหมายถึง ผู้ซึ่งทำงานให้นายจ้างโดยได้รับค่าจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร แต่ไม่รวมถึงลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับงานบ้านอันมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย

** นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป มีหน้าที่ขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน **

การเรียกเก็บเงินสมทบและการคำนวณเงินสมทบ
  • ให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบเป็นรายปี
  • เงินสมทบให้คำนวณจากค่าจ้างที่จะต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างทั้งปี คนละไม่เกิน 240,000 บาทต่อปี
  • กำหนดอัตราเงินสมทบตามความเสี่ยงภัยของกิจการของนายจ้าง
  • เมื่อชำระเงินสมทบติดต่อกัน 3 ปีที่ 4 จะคำนวณหาอัตราการสูญเสีย เพื่อหาค่าอัตราเงินสมทบตามประสบการณ์ และนำมาเรียกเก็บในปีที่ 5 หากนายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีความปลอดภัยในการทำงานจะได้รับการลดอัตราเงินสมทบ หากไม่ดูแลเรื่องความปลอดภัยจะต้องถูกต้องเพิ่มอัตราเงินสมทบ   การเพิ่มหรือลดจะคิดเพิ่มลดจากอัตราเงินสมทบหลักของนายจ้าง
  • นายจ้างที่ได้รับอนุญาตให้ผ่อนชำระเงินสมทบเป็นงวด จะต้องจ่ายเงินฝากไว้จำนวนร้อยละ 25 ของเงินสมทบโดยประมาณทั้งปีภายในเดือนมกราคมและจ่ายเงินสมทบเป็นรายงวด 4 งวด ภายในเดือนเมษายน กรกฎาคม ตุลาคม และมกราคมของปีถัดไป
  • ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีนายจ้างต้องแจ้งจำนวนค่าจ้างทั้งหมดของปีที่ล่วงมาแล้วที่จ่ายจริงให้แก่ลูกจ้างตามแบบที่กำหนดเพื่อคำนวณเงินสมทบที่ถูกต้องและนำส่งเงินสมทบที่ชำระต่ำไปภายในวันที่  31  มีนาคม ของทุกปี
เงินเพิ่ม: กรณีที่นายจ้างไม่จ่ายเงินสมทบภายในกำหนด หรือจ่ายไม่ครบ ต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 3 ต่อเดือนของเงินสมทบที่ค้างชำระ

การคืนเงินนายจ้าง: นายจ้างที่จ่ายเงินสมทบ หรือเงินเพิ่มเกินกว่าความเป็นจริงจากสาเหตุต่าง ๆ ให้เจ้าหน้าที่แจ้งให้นายจ้างทราบ เพื่อมารับเงินส่วนที่เกินคืนไป

เงินทดแทน: หมายถึง เงินที่จ่ายเป็นค่าทดแทนการทำงาน ค่ารักษาพยาบาล ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงานและค่าทำศพ โดยมี 4 ประเภท ได้แก่ 
  • ค่าทดแทนกรณีลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้ติดต่อกันเกิน 3 วัน จากการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
  • ค่าทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะบางส่วนของร่างกาย.
  • ค่าทดแทนกรณีทุพพลภาพ
  • ค่าทดแทนกรณีตายหรือสูญหาย
สิทธิได้รับเงินทดแทนภายหลังการสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง: กรณีที่การเจ็บป่วยเกิดขึ้นภายหลังการสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างให้นายจ้างยื่นคำร้องขอรับเงินทดแทนภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ทราบการเจ็บป่วย

นายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับต่าง ๆ รวมทั้งการเปิดเผยข้อเท็จจริงของนายจ้างที่พึงสงวนไว้ ตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินทดแทนอาจมีโทษทั้งจำและปรับ

ศึกษาข้อมูลและข้อควรรู้เกี่ยวกับกองทุนเงินทดแทน
สิทธิประโยชน์ของกองทุนเงินทดแทน เช่น กรณีทุพพลภาพ เนื่องจากการทำงาน กรณีประสบอันตรายหรือเป็นโรคเนื่องจากการทำงาน 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประกันสังคม โทร. 1506


Source :
สำนักงานประกันสังคม link
สำนักงานประกันสังคม: สิทธิประโยชน์ของกองทุนเงินทดแทน link

สอบถามข้อมูล

ติดต่อเราเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ การบริการเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยหรือสอบถามข้อมูลอื่น ๆ
ติดต่อเรา